ทำไมต้องหลักสูตรนี้
การสื่อสารคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย ทว่าปัญหาคลาสสิกที่ทุกองค์กรต้องเผชิญคือ "การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน" ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิด งานล่าช้า เกิดข้อผิดพลาด และสูญเสียความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากอุปสรรคในการตีความ การขาดการจัดระเบียบความคิดก่อนสื่อสาร และการเลือกใช้วิธีส่งสารที่ไม่ตรงกับสไตล์ของผู้รับ หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว โดยเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจหลักจิตวิทยาเบื้องต้นในการสื่อสาร ฝึกฝนการจัดระเบียบความคิด (Structured Thinking) การสื่อสารแบบสรุปผลลัพธ์นำ (PREP Model)…
วัตถุประสงค์
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตระหนักถึงอุปสรรคของการสื่อสาร และสามารถใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) เพื่อลดความขัดแย้งและเข้าใจบริบทของการทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถจัดระเบียบความคิด แยกแยะข้อมูลที่ "จำเป็นต้องรู้" ออกจากข้อมูลที่ "รู้ก็ดี" ก่อนทำการสื่อสารได้
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมประยุกต์ใช้เทคนิคการสื่อสารแบบ PREP Model ในการนำเสนอ นัดหมาย หรือรายงานความคืบหน้าได้อย่างกระชับและตรงประเด็น
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์สไตล์ของผู้รับสาร และปรับวิธีการพูดหรือเขียนให้เหมาะสมกับบุคคลแต่ละประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถสื่อสารในองค์กรและประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถสื่อสารอยางสร้างสรรค์ เพื่อการทำงานเป็นทีม
เนื้อหาและกิจกรรม
Module 1: Unlocking Communication Barriers (ความเข้าใจพื้นฐานและอุปสรรคในการสื่อสาร)
- วงจรการสื่อสารในองค์กรและจุดบอดที่มักทำให้สารตกหล่น
- กับดักความคิด: อคติ (Bias) และการตีความที่ทำให้คนเราเข้าใจไม่ตรงกัน
- ทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจ (Active & Empathic Listening) การจับความรู้สึกและบริบทที่ซ่อนอยู่หลังคำพูด
- จำลองสถานการณ์การส่งต่อข้อมูลในองค์กรเพื่อหาจุดที่ข้อมูลบิดเบือน จากนั้นจับคู่ฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง โดยให้ฝ่ายหนึ่งเล่าปัญหาในการทำงาน…
กิจกรรม: "The Broken Telephone & Deep Listening"
Module 2: Structured Thinking & Communication (การจัดระเบียบสารก่อนพูด)
- ความสำคัญของการจัดระเบียบความคิดก่อนสื่อสาร (คิดก่อนพูด/เขียน)
- เทคนิคการคัดกรองข้อมูล: การแยก "เนื้อหาสำคัญ (Need to know)" ออกจาก "รายละเอียดส่วนเกิน (Nice to know)"
- การกำหนดวัตถุประสงค์ของสาร: แจ้งเพื่อทราบ, เพื่อให้พิจารณา, หรือเพื่อให้ตัดสินใจ
- ผู้เข้าอบรมจะได้รับกรณีศึกษาเป็นอีเมลหรือข้อความแชทที่ยืดยาวและสับสน และต้องช่วยกันสกัดข้อมูล รีไรท์ใหม่ให้เหลือเฉพาะข้อมูลที่ "Need to know" ภายในเวลาที่กำหนด
กิจกรรม: "Information Diet (ลดน้ำหนักข้อมูล)"
Module 3: Result-Oriented Communication (การสื่อสารแบบสรุปผลลัพธ์นำ)
- ทำความรู้จักกับ PREP Model และ Pyramid Principle
- Point: การเปิดเรื่องด้วยประเด็นหลักหรือข้อสรุป
- Reason: การให้เหตุผลสนับสนุนที่น้ำหนักพอ
- Example: การยกตัวอย่างหรือข้อมูลอ้างอิงให้เห็นภาพ
- Point: การย้ำประเด็นหลักและสรุปสิ่งที่จะต้องทำต่อ (Call to Action)
กิจกรรม: "The 1-Minute Pitch (พูดให้เคลียร์ใน 1 นาที)"
Module 4: Adaptive Communication (การปรับวิธีส่งสารตามสไตล์ผู้รับ)
- การวิเคราะห์สไตล์ของผู้รับสาร (เช่น ผู้บริหารที่ชอบความกระชับ, เพื่อนร่วมงานที่ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์, ทีมงานที่ต้องการความใส่ใจ)
- เทคนิคการปรับวิธีนำเสนอข้อมูลให้ตรงจริตผู้รับ: สั้น-กระชับ vs ละเอียด-มีหลักฐาน
- การสื่อสารเชิงบวกเพื่อรักษาความสัมพันธ์แม้ในสถานการณ์ที่กดดัน
- ใช้ Role-play ผ่านการ์ดสถานการณ์และลักษณะนิสัยของคู่สนทนาที่แตกต่างกัน ผู้เข้าอบรมต้องประยุกต์ใช้ความรู้จากทั้ง 3 Module ก่อนหน้า…
กิจกรรม: "Communication Chameleon (เปลี่ยนสีให้ตรงใจ)"
เหมาะสำหรับ
- พนักงานทุกระดับที่ต้องประสานงานกับผู้คนหลากหลายแผนก
- หัวหน้างานหรือผู้จัดการที่ต้องการสื่อสารเพื่อมอบหมายงานและรายงานผลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะ Soft Skills ด้านการสื่อสารเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับ
- ระดับบุคคล: ทำงานได้เร็วขึ้น ลดเวลาที่สูญเสียไปกับการแก้ไขงานที่เกิดจากการสื่อสารผิดพลาด และเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ
- ระดับทีม/องค์กร: ลดความขัดแย้งในการประสานงาน เพิ่มความร่วมมือ (Collaboration) ทำให้กระบวนการทำงานมีความลื่นไหล และบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น